uki

หลังจากผ่านมรสุมเรื่องไม่คาดคิดมาได้ 2 วัน ทุกอย่างก้อเป็นปกติจนดูน่าเป็นห่วง ก้อคุณสามีไม่ยอมไปทำงานติดต่อกันหลายวันเอาแต่ ช่วยทำงานที่ร้านจนน่าแปลกใจ หรือว่า รู้สึกผิดหรือกัวว่าเราจะไม่หายโกด แต่ก้อช่างเหอะ ตอนนี้ทุกอย่างมานก้อเฉยๆ ไปหมด

วันเวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ไม่ได้ทันสังเกตก้อมาหยุดตรงที่คุณยายไม่สบาย อาการไม่ค่อยจะดีเลย มานั่งนับไปนับมาคุณยายมาอยู่กับครอบครัวเราได้ ปีกว่าๆ แล้วสินะ ถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านสักที เฮ่อ....นี่ฉันเริ่มจะต้องเป็นคุณแม่ยุคใหม่ตัวจริง working womanแล้วหรอพระเจ้าช่วย (ไม่ทัน..แหะๆ)

และแล้วคุณยายก้อได้เดินทางกลับชลบุรีจนได้ แถมด้วยอาการไม่ค่อยจะสบาย (นี่ถ้าสบายดีคงจะยังไม่กลับแน่เลย) แต่....ต่อจากนี้ไป ฉันจะต้องเลี้ยงลูกเองเพียงลำพัง......โดยปราศจากคุณครูอย่างคุณแม่อีกต่อไป

เช้าวันแรกของการอยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับเจ้านาย ก้อโอเคนะ ไม่ยากเย็นอย่างที่คิดถ้าเพียงแต่ ฉันรับภาระเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว แต่นี่มานพวงท้ายมาด้วยงานที่ร้าน งานที่บ้านและก็อีกสารพันงานที่มานเดินขบวนตามมาติดๆ ...ทำไมมานเดินเข้าแถวกันมาอย่างต่อเนื่องขนาดนั้น

ร้านคอมพิวเตอร์ที่เปิดมานานเต็มทีกับอาชีพนี้ที่เริ่มต้นใช้เป็นอาชีพที่ทำมาหากินของฉัน ตั้งแต่เริ่มแต่งงาน มานก้อนานมาโข่อยู่ จากร้านเล็กๆ คอมพิวเตอร์เพียง 4-5 ตัว ก้อเริ่มพัฒนามาเรื่อย เรื่อย เรื่อย จนขยายกิจการเปิดเป็นร้านที่ 2 อยู่ที่ตลาดของหมู่บ้าน เปิดมาได้ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ก้อต้องปิดกิจการลงเพราะ ฉันมีลูกและคุณชายไปทำงานที่บริษัทของน้าชาย

ตอนนี้ก้อเหลือเพียงร้านเดียวที่ฉันดูแลอยู่ แต่...มานเพิ่มจำนวนเครื่องเข้าไปจากเดิม 5 เครื่อง เป็น 10 เครื่อง เป็น 15 เครื่อง จนทุกวันนี้มี 25 เครื่อง ความวุ่นวายบังเกิด

ช่วงเช้าของวันธรรมดาจะเป็นวันที่ฉันมีเวลาอยู่กับลูกมากมาย ได้เล่นได้เลี้ยงอย่างเต็มที่ แต่หลังจากบ่าย 3 โมงไปแล้วความชุลมุนวุ่นวายก้อเริ่มขึ้นเมื่อโรงเรียนเริ่มเลิกแล้วเด็กก้อประเด่ประดังกันเข้ามาที่ร้าน....ปวดหัววันไหนต้องเลี้ยงลูกด้วยกับดูแลร้านด้วย มานทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น ยายบ้ายังไงไม่รู้ แล้วเด็กๆ ในหมู่บ้าน ก้อเสียงดังเจี๊ยวจ้าวกันจนฉานปวดไมเกรน แต่ได้ตังมาเป็นของรางวัลก้อโอเค พอทนได้

เมื่อก่องก้อไม่ได้ใส่ใจในร้านนี้และอาชีพนี้สักเท่าไร เหตุเพราะฉันอยากออกไปทำงานนอกบ้านมากกว่า ทำงานบริษัทกินเงินเดือน (อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน เหอๆ แต่รู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีใครเค้าอยากเป็นกาน) แต่ตอนนี้รู้สึกว่า เป็นเจ้านายตัวเองดีที่สุดแล้ว และก้อรู้สึกเหมือนตัวเองโชคดีอย่างนะ ที่ได้มีเวลาเลี้ยงลูกเอง ต่างกับคุณแม่บางคนที่อยากจะเลี้ยงเอง แต่จำเป็นต้องทำงาน

สงสัยอยู่ว่าทำไมคุณแม่ฉันท่านเลี้ยงลูกมาได้ไงคนเดียว 8 คน ตั้งแต่พ่อฉันตายจากไป ฉันเองคนเดียวแทบปางตาย มีความสุขนะกับการได้ดูแลลูกแต่มานสุขแบบเหนื่อยๆ เพราะงานที่ฉันต้องทำที่ร้านด้วย

สำหรับลูก ฉันเลี้ยงเองทุกอย่างตั้งแต่อาบน้ำ แต่งตัว ป้อนข้าว(โดยโภชนาการจากหนังสือที่ซื้อมาอ่านและลงมือทำเอง ชิมแล้วว่าปลอดภัย อย.ไม่ต้องงานนี้คุณแม่รับประกันเอง)ครบถ้วนทั้ง 3 มื้อ ตามสูตรที่เด็กวัย 1 ขวบควรจะได้รับ บางทีใช้เวลาทำครึ่งค่อนชั่วโมง ลูกกิน 5 นาที (ไม่ใช่กินหมดนะ ไม่ค่อยยอมกิน) อร่อยจัด แต่บางวันถูฏปากก้อกินจนเกือบจะหมด...อย่างหลังนี้แอบดีใจเล็ก ..555

ตั้งแต่คุณยายไม่อยู่ หลังจากกลับจากทำงานคุณป๋าก้อพาลูกไปเล่นตอนเย็นทุกวัน (แอบไปเตะบอลด้วย) แล้วก้อมาบอกว่า อยากจช่วยเลี้ยง ให้เราได้มีเวลาได้พักบาง ก้อโอเคนะ ก้อยังดี แต่พักอยู่ในร้านนะ คือเฝ้าร้านต่อนะแหละ รอจนกว่าคุณป๋าจะพาลูกมาส่งแล้วก้ออาบน้ำให้ลูก และส่งลูกเข้านอนตอน 2 ทุ่ม (แต่กว่าจะนอนได้ ต้องนั้งเล่นของเล่นกันในห้องพักใหญ่ จนเจ้านายเทอง่วง) แล้วก้อพยายามเดินไปปืนขึ้นเตียงนอนเอง ก้อเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจในช่วง 1 วัน จากนั้นต้องมาดูแลร้านต่อจากคุณชายจนถึงลูกค้ากลับก้อประมาณ ตี 2 ได้ เกบร้านเส็ดก้อประมาณ ตี 3 ได้มีเวลานอนพักเปงการเปงงานเพียงถึง 5.30 เพราะเปงเวลาที่เจ้านายเทอตื่น ถ้าวันไหนเทอใจดีหน่อยก้อจะตื่นสัก 6 โมงเช้า ให้เวลาคุณแม่ได้พักนานหน่อย

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยภารกิจที่คุ้นเคย ......เช่นทุกๆ วัน.......